โรคไตเกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
โรคเบาหวานเป็นโรคชนิดหนึ่งที่ผู้ป่วยไม่สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสให้เป็นพลังงานได้ตามปกติสาเหตุเกิดจาก การที่ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลิน (insulin) ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้หรือไม่สามารถใช้อินซูลินได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยทั่วไปตับอ่อนทำหน้าที่ผลิตอินซูลินและอินซูลินจะพาน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อสร้างพลังงานหากตับอ่อนผลิตได้น้อยหรือผลิตไม่ได้เลยจะเกิดภาวะพร่องอินซูลินทำให้มีภาวะน้ำตาลคั่งในเลือด (hyperglycemia) ในผู้ป่วยโรคเบาหวานหากไม่ได้รับการรักษาที่ดีน้ำตาลในเลือดที่สูงจะเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดแดงเล็กตีบตันทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ น้อยลง การทำงานจะเสื่อมลงและเกิดพยาธิสภาพกับอวัยวะต่าง ๆ เช่น จอประสาทตา หัวใจ สมอง และไต ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมานานหลายสิบปีหรือผู้ที่ควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี เนื้อไตจะถูกทำลายไปเรื่อย ๆ ซึ่งเห็นได้จากการตรวจพบโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะนอกจากนี้แล้วโรคเบาหวานยังทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง กระเพาะปัสสาวะทำงานไม่สมบูรณ์และเกิดภาวะติดเชื้อเกิดการอักเสบในระบบทางเดินปัสสาวะได้บ่อย ดังนั้นโรคเบาหวานจัดเป็นโรคสำคัญอันดับต้น ๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคไตเรื้อรังทั้งในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โรคเบาหวานทำให้เกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ ตามัว และแขนขาชา ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทำให้คุณภาพชีวิตผู้ป่วยลดลงอย่างมากอาการแสดงของผู้เป็นโรคเบาหวาน คือ อ่อนเพลีย ปัสสาวะมาก กระหายน้ำ คันตามตัว
โรคความดันโลหิตสูงถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลายเป็นโรคไตเรื้อรังทั้งในประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งใกล้เคียงกับโรคเบาหวาน การเกิดความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่ค่อยพบสาเหตุที่แท้จริงโดยเป็นไปได้ทั้งสาเหตุจากโรคไตเรื้อรังและผลของการเกิดโรคไตเรื้อรัง นอกจากนี้ความดันโลหิตสูงยังก่อให้เกิดโรคหัวใจโดยเฉพาะในผู้สูงอายุผู้ที่เป็นโรคอ้วนและผู้ที่สูบบุหรี่ส่วนโรคไตที่มีสาเหตุจากความดันโลหิตสูงเกิดจากความดันโลหิตสูงจะไปทำให้หลอดเลือดแดงเล็กหนาขึ้นและแข็งตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายน้อยลงโดยเฉพาะอวัยวะสำคัญ เช่น ไต หัวใจ สมอง ซึ่งอาการแสดงเป็นเฉพาะอวัยวะที่ถูกทำลายนั้น ๆ เช่น เหนื่อย บวม ปวดศีรษะ อัมพาต
โดยทั่วไปน้ำปัสสาวะจะปราศจากเชื้อโรคและไหลผ่านท่อไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะแล้วขับออกมาทางท่อปัสสาวะโดยไม่มีการไหลย้อนแต่เมื่อใดที่ทางเดินปัสสาวะเกิดการอุดตันหรือมีปัสสาวะจำนวนมากค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ดังเช่นในผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน นื่องจากระบบประสาทที่ไปเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะผิดปกติทำให้ไม่สามารถบีบกระเพาะปัสสาวะให้ขับน้ำปัสสาวะออกมาได้หมด ยังคงค้างอยู่ตลอดเวลาทำให้เชื้อแบคทีเรียมีโอกาสเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์มากขึ้นจนทำให้อาการอักเสบติดเชื้อเป็นมากขึ้น ในกรณีที่รุนแรงหรือเป็นบ่อย ๆ อาจลุกลามถึงเนื้อไตทำให้ไตเสียจนเป็นโรคไตเรื้อรังในที่สุด อาการและอาการแสดงของผู้เป็นโรคนี้ คือ ปัสสาวะแสบขัด ถ่ายปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขุ่น ปวดบั้นเอว ไข้หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน
นิ่วมีหลายชนิดเมื่อเกิดนิ่วขึ้นแล้วจะไปอุดกั้นทางเดินปัสสาวะและทำลายเนื้อไตไปเรื่อย ๆ หากไม่ได้รับการแก้ไข อาการแสดงคือปัสสาวะขัด ขุ่น มีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อบางครั้งพบกรวดทรายปนมากับปัสสาวะ ในรายที่นิ่วไปอุดท่อไตจะทำให้มีอาการปวดท้องด้านใดด้านหนึ่งจนร้าวไปที่หน้าขามักพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในประเทศไทยพบบ่อยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ สำหรับวิธีรักษานิ่วในไตมีทั้งการรับประทานยา การสลายนิ่ว และการผ่าตัด ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค
แม้โรคนี้ไม่ค่อยเป็นสาเหตุของไตเรื้อรังแต่ถ้าเป็นระยะเวลานานและไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้ต่อมลูกหมากมีขนาดโตขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถไปอุดกั้นทางเดินปัสสาวะได้ซึ่งเป็นสาเหตุให้ไตวาย อาการแสดงพบในเพศชายอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป มีอาการปัสสาวะลำบาก ลำปัสสาวะไม่พุ่งแรงเหมือนปัสสาวะไม่สุด ในเวลากลางคืนต้องตื่นเพื่อถ่ายปัสสาวะบ่อย ๆ
ไม่ว่าจะเกิดเนื้องอกที่ต่อมลูกหมาก ท่อไต และเนื้อไต ก็ล้วนแต่ทำให้เกิดผลกระทบต่อหน้าที่ของไตทั้งสิ้น อาการแสดงคือปัสสาวะมีสีเข้มแบบสีน้ำล้างเนื้อซึ่งจะเด่นกว่าอาการอื่นนอกนั้นก็เป็นอาการเนื้องอกของอวัยวะที่เป็น ส่วนอาการทั่วไปคือ อ่อนเพลีย ซีด เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด
โรคดังกล่าวมักพบเป็นความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ผู้ป่วยมักมีอาการบวมโดยเป็น ๆ หาย ๆ นานหลายเดือนบางรายถ่ายปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นฟองมากเนื่องจากมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ มีความดันโลหิตสูง มีพยาธิสภาพในชิ้นเนื้อไตที่บอกถึงการอักเสบ บางรายรักษาได้ด้วยยา บางรายไม่ตอบสนองต่อยา สุดท้ายอาจกลายเป็นไตวายเรื้อรัง
พบว่ามีถุงน้ำหรือซีสต์ (cyst) อยู่ในเนื้อไต ซีสต์จะงอกโตขึ้นเรื่อย ๆ จากเนฟรอนและขยายเบียดเนื้อไตที่ดีทำให้ไตเสื่อมและกลายเป็นโรคไตเรื้อรังมักพบในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ ๓๐-๕๐ ปี อาการแสดงคือ มีอาการปวดหลัง บางครั้งคลำพบก้อนในท้อง มีการอักเสบติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะบ่อย ๆ ปัสสาวะมีเลือดปน มีความดันโลหิตสูง โรคนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ดังนั้นจึงควรให้สมาชิกในครอบครัวตรวจปัสสาวะและถ่ายภาพเอกซเรย์ไตด้วย
เป็นโรคไตอักเสบที่พบว่าสามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้มักพบในเพศชายโดยเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุ ๑๐-๑๕ ปี จนถึง ๔๐-๕๐ ปี อาการแสดงคือปัสสาวะเป็นเลือด มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ มีความผิดปกติทางหูและทางตา โรคนี้สามารถดำเนินโรคไปจนถึงขั้นไตเรื้อรังได้เนื่องจากไม่มียารักษาโดยเฉพาะ
เนื้องอกที่ร้ายแรงคือมะเร็งของไต ผู้ป่วยบางรายไม่ค่อยมีอาการเด่นชัดจนเนื้องอกก้อนใหญ่มากขึ้นจึงปรากฏอาการปวดท้อง น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อาเจียน มีไข้เรื้อรัง ปัสสาวะเป็นเลือด ถ้ามะเร็งแตกจากเนื้อไตจะสามารถแพร่กระจายไปยังปอด กระดูก และส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย วิธีการรักษาคือการผ่าตัดอาจมีการใช้รังสีรักษาหรือเคมีบำบัดตามมาในภายหลัง
เป็นโรคที่เกิดเนื่องจากภูมิแพ้เซลล์ตนเองโดยปกติเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคหรือสารแปลกปลอมเข้ามาทำลายเซลล์ของร่างกายแต่โรคนี้จะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ต่อต้านเซลล์ของตนเองซึ่งสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดแต่สันนิษฐานว่ามีพันธุกรรมและปัจจัยสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญนอกเหนือไปจากสารอื่น ๆ เช่น ไวรัส สารเคมีบางชนิดมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายในอัตรา ๑๐ ต่อ ๑ โรคนี้ทำให้เกิดอาการไตอักเสบจนกลายเป็นไตเรื้อรังได้ อาการแสดงของโรคเอสแอลอี ได้แก่ ปวดข้อต่าง ๆ หลายข้อ ผมร่วง แพ้แสงแดด เกิดผื่นบริเวณใบหน้าและส่วนที่ถูกแสงแดด มีไข้เรื้อรัง ต่อมน้ำเหลืองโต ปัสสาวะมีเลือดและโปรตีน น้ำหนักลด และอ่อนเพลีย บางรายที่มีอาการรุนแรง กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และหลอดเลือดสมองอักเสบจนเกิดอาการชักได้
สารเคมีและยาหลายชนิดที่มีการขับออกทางไตถ้าใช้ในปริมาณมากและเป็นเวลานานมีผลกระทบทำลายไตได้รวมถึงยาแก้ปวดและยาสมุนไพรที่มีส่วนผสมของโลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท สารหนู ทองแดง ฟอสฟอรัส สารเคมีประเภทคาร์บอนเตตระคลอไรด์ เอทิลีนไกลคอล ไฮโดรคาร์บอนต่าง ๆ รวมทั้งพิษจากเห็ดและพิษงู ดีปลาดิบ ๆ ของกลุ่มปลาตะเพียน (raw carp bile) ล้วนแล้วแต่ทำลายเนื้อไตได้ทั้งสิ้น การใช้ยาประเภทปฏิชีวนะต้องระมัดระวังด้วยโดยเฉพาะผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคตับ ผู้ที่มีอายุมากและไตเสื่อมอยู่แล้ว การใช้ยาดังกล่าวอาจเกิดอาการแพ้หรือมีพิษต่อไตโดยตรงถ้าใช้เกินขนาดหรือใช้นานก็มีโอกาสทำลายเนื้อไตได้ สารรังสีที่ใช้ในการตรวจภาพทางรังสีก็มีส่วนประกอบของสารที่อาจเกิดอันตรายต่อไตได้เช่นกัน
การประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ การตกจากที่สูง และการเล่นกีฬาบางประเภท อาจเกิดการกระทบที่ไตอย่างรุนแรงสังเกตได้จากการปวดบริเวณบั้นเอวซึ่งมีไตอยู่ ๒ ข้าง ถ่ายปัสสาวะเป็นเลือดหลังประสบอุบัติเหตุจนเนื้อไตฉีกขาดหรือเลือดออกมาก
หากถูกสัตว์มีพิษต่อย เช่น ฝูงต่อต่อย ทำให้เกิดไตวายได้ พิษงูบางชนิด เช่น งูแมวเซา งูทะเล งูเขียวหางไหม้ ก็มีผลทำลายไตได้เช่นกัน
เกาต์เป็นโรคที่ทำให้เกิดอาการปวดข้อนิ้วโดยเฉพาะนิ้วมือและนิ้วเท้าที่เป็นปุ่ม อักเสบ แดงร้อน อาการอักเสบมักเป็น ๆ หาย ๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอาจทำให้ปุ่มที่ข้อต่าง ๆ นูนโปนใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ จนผิดสังเกตและมักพบร่วมกับการมีกรดยูริกในเลือดสูงด้วยโรคนี้สามารถดำเนินต่อไปจนกลายเป็นไตเรื้อรังได้